[Titan Fic] +++Gamble [Erwin x Levi] Part 5

posted on 08 Jan 2014 11:48 by little-fin in Attack-on-Titan, Fanfiction

คำเตือน   บทความหรือเนื้อหาดังกล่าว อาจจะเกี่ยวกับ Yaoi  (เรื่องวายๆ แนวสีม่วง)  ถ้าหากท่านรับไม่ได้หรือไม่รู้จักคำนี้   ขอเชิญทุกท่านปิดหน้านี้ได้เลยค่ะ ^ ^

 

 

Title : Gamble [Erwin x Levi]

Author : Kukurio

Pairing : เอลวิน x รีไวล์ [Erwin x Levi]

Rate: PG

 

 

*หมายเหตุ* มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเอลวิน  จากผู้บัญชาการเอลวิน สมิธ เป็นผู้บังคับหมู่เอลวิน สมิธ

และผู้บังคับบัญชากองทหารทีมสำรวจ คือ คีธ ชาดิส (ครูฝึกของเอเลน  ในปัจจุบัน)

 

 

Part 5

ม้วนเอกสารที่กางอยู่ครงหน้ามีแต่ความว่างเปล่า  คราบเหลืองสกปรกที่เกิดจากน้ำฝนยังทิ้งรอยเป็นด่างดวงชัด  ถึงแม้เวลาจะผ่านพ้นไม่ถึงปี  หลักฐานชิ้นนี้ก็ยังคอยเป็นสิ่งย้ำเตือนความทรงจำเสมอมา

 

 

…ในวันที่ฝนตกหนัก จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง…

…รวมถึงความตายของเจ้าพวกนั้น…

 


รีไวล์เก้บม้วนเอกสารในกล่องไม้ตามเดิม  ข้างในบรรจุมีดสั้นขนาดเล็กวางอยู่เคียงคู่กัน  ห่อผ้าที่เปื้อนคราบเลือดหน้าทำให้รีไวล์เม้มริมฝีปากแน่น  พลางปิดกล่องลงตามเดิม

 

 

…ใกล้ถึงวันครบรอบแล้วสินะ…วันที่เจ้าพวกนั้นจากไป…

 


ชายหนุ่มผมดำลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน  ดวงตาสีเทาเข้มมองไปยังขบวนรถม้าที่เพิ่งกลับจากเมืองหลวง  เห็นชายหนุ่มที่เขาแสนเกลียดชังลงมาจากรถม้า  ใบหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มอ่อนโยนช่างดูสะอิดสะเอียนในสายตาเขา …เขาไม่อยากเจอหน้าเอลวิน…

 

…โดยเฉพาะตอนที่อ่อนแอเช่นนี้…  

    

รีไวล์คิดเพียงเท่านั้น   อาการบาดเจ็บจากคืนแห่งคำสัญญาส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าที่คิด   ชายหนุ่มพาตัวเองออกจากห้องทำงานไป  ไม่รับรู้เลยว่าใครคนหนึ่งต้องการพบตัวเขามากขนาดไหน

 

เอลวินที่เพิ่งเดินทางกลับศูนย์บัญชาการกวาดตามองไปรอบๆ  ในหมู่หัวหน้าทหารที่ลงมาต้อนรับไร้วี่แววคนที่เขาคนึงหา  ชายหนุ่มผมดำร่างเล็กที่แสนดื้อดึงแต่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ  เอลวินหันไปหาฮันซี่ที่กำลังยืนทำความเคารพตรงหน้า

 

 

“รีไวล์หายไปไหน?”  “น่าจะยู่ห้องทำงานมั้ง  สงสัยคงไม่รู้ว่านายกลับมาแล้ว”  หญิงสาวแว่นตอบกลับ  อดรู้สึกหมั่นไส้เล็กๆ ไม่ได้ “กลับมาถึงศูนย์บัญชาการก็เรียกหารีไวล์เชียวนะ กลัวว่าลูกน้องคนสนิทจะหายตัวไปหรือไง”

 

“ฝ่ายนั้นคงไม่คิดอยากสนิทกับฉันมากหรอก” เอลวินยิ้มบางตอบกลับ “ระหว่างที่พวกฉันไม่อยู่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”

“ไม่มีหรอก แต่ถ้าอยากรู้ว่าสองสามวันระหว่างที่พวกนายไม่อยู่พวกฉันทำอะไรบ้าง ก็ดูศูนย์บัญชาการซะ!  สะอาดเอี่ยมเงาวับ!   ระวังเดินเข้าไปจะลื่นหัวแตกนะ” ฮันซี่ขยับแว่นก่อนจะชี้นิ้วไปยังเด็กใหม่ที่อยู่ข้างหลัง “เมื่อกี้ออลโอ้เพิ่งหกล้มไปหยกๆ เดี๋ยวหาว่าฉันโม้”

“ฝีมือรีไวล์สินะ” เอลวินหลุดขำ  ไม่รู้ว่าป่านนี้เจ้าตัวจะเจอข้อความที่เขาเขียนไว้ที่ห้องหรือเปล่า

“ถูกต้อง  ไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติหรอกถ้าอยากรู้ก็อ่านรายงานประจำวันที่ฉันเขียนก็ ได้” ฮันซี่กล่าวรายงาน ก่อนจะอดบ่นขึ้นมาไม่ได้ “นายก็กลับมาแล้ว  แต่ทางดันโจวนี่เงียบหายไปเลย!  ถึงรู้ว่าต้องไปเตรียมการเพื่อสำรวจนอกกำแพงครั้งต่อไปก็เถอะ”

เอลวินคิดตามคำพูดของหญิงสาว  ตอนนี้ข่าวคราวของดันโจวนั้นเงียบหายไปตั้งแต่เดินทางไปเขตชิกันน่า  จดหมายล่าสุดที่ส่งมาคือกำลังคุยกับท่านเจ้าเมืองอยู่  แต่เขาเองก็ได้รับมือเรื่องนี้ไว้แล้ว

“เอาไว้ฉันจะลองติดต่อกับดันโจวอีกครั้ง ส่วนฮันซี่กำชับพวกทหารใหม่ให้ดี แผนการสำรวจนอกกำแพงครั้งหน้าห้ามมีความผิดพลาด เธอคงเข้าใจนะ”

“รับทราบเอลวิน” หญิงสาวยกมือทุบอกอย่างนอบน้อม

เอลวินหันไปหาทหารคนสนิทข้างตัวทั้งสองคน   พร้อมกับยื่นกระบอกเอกสารให้มิเกะ

“มิเกะนายช่วยเตรียมม้าเร็วพร้อมกับทหารส่งเอกสารนี้ให้ดันโจว  ส่วนนานาบะ เธอช่วยเขียนเอกสารเรื่องรายละเอียดผู้สนับสนุนกองทหารทีมสำรวจในครั้งต่อ ไป  และส่งมาให้ฉันที่ห้องทำงาน”

“ได้ / รับทราบ” ทั้งคู่รับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียงกัน  ก่อนที่ชายหนุ่มผมทองจะพยักหน้า

เอลวินแจกแจงคำสั่งต่อทหารคนต่อไป  ใบหน้าเชื่อมั่นของเหล่าทหารต่อผู้บังคับหมู่เอลวินทำให้หลายคนเชื่อว่าผู้ บังคับบัญชาคนต่อไปของทีมสำรวจคือชายหนุ่มอนาคตไกลคนนี้

เมื่อสั่งการทหารทุกคนเสร็จสิ้น  มิเกะจึงถามขึ้น  “และนายจะทำอะไรต่อไปเอลวิน”   “ก็พักผ่อนอย่างไงล่ะ” เอลวินบอกพร้อมถอดผ้าคลุมออก  เงยหน้าไปยังห้องทำงานของรีไวล์  “และฉันอยากพบใครบ้างคนด้วย…”

เอลวินบอกเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินเข้าประตูศูนย์บัญชาการ  และมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของรีไวล์   เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่า

“ …ท่าทางคงไม่อยากเจอฉันมากสินะรีไวล์” ชายหนุ่มผมทองหยักยิ้ม   เรื่องนี้พอเดาได้อยู่แล้วว่ารีไวล์คงไม่อยู่รอพบตัวเขา “ไปอยู่ที่ไหนนะ?”

เอลวินเดินออกจากห้องทันที   ถ้าคิดถึงนิสัยของรีไวล์แล้ว…สถานที่ที่รีไวล์น่าจะไปหลบอยู่น่าจะเป็นห้อง เงียบๆ  ไม่มีคนพลุ่กพล่าน  และไม่มีใครเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป  เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ทำให้เขานึกถึงสถานที่แห่งนั้น

ชายหนุ่มก้าวตรงไปยังระเบียงทางเดินที่มุ่งไปสู่ส่วนกลางของปราสาท  เดินผ่านห้องสมุดที่มีเพียงฝ่ายกลยุทธ์ที่ใช้สถานที่แห่งนี้ไว้ค้นคว้าวิธี รับมือและจัดการไททัน  และเดินผ่านห้องผู้บังคับบัญชาการที่ตอนนี้ถูกปิดไว้ชั่วคราวเพราะผู้ บัญชาการปฏิบัติภารกิจข้างนอก  สุดระเบียงทางเดินแห่งนี้ คือ ห้องรับรองแขกกิตติมศักดิ์ ที่ไม่มีใครใช้งาน

เมื่อเปิดประตูห้องรับรองแขก สิ่งที่สัมผัสได้คือสายลมอ่อนที่พัดผ่านเข้ามา  หน้าต่างบานสูงถูกใครบางคนเปิดไว้  แสงแดดอุ่นที่ส่องตรงเข้ามาเผยให้เห็นชุดถ้วยชาที่วางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววของคนที่เขากำลังตามหาอยู่

“ไม่อยู่ห้องนี้อย่างนั้นเหรอ” เอลวินพึมพำ “หรือว่าไปอยู่ห้องผู้บัญชาการ?”

เอลวินวิเคราะห์  แต่คนอย่างรีไวล์คงไม่ไปอยู่ห้องนั้นแน่ๆ  หรือว่าไปอยู่ที่คอกม้า…แต่ที่นั่นก็สกปรกเกินไป  ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดของฮันซี่ที่มักบอกว่ารีไวล์คล้ายกระต่ายน้อย  แต่สำหรับตัวของเขาแล้วรีไวล์เหมือนแมวมากกว่า

…แมวที่แสนดื้อดึง เอาแต่ใจ  ยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ไม่ยอมใคร..

…ที่สำคัญรักสะอาดขนาดนั้น..

“ปกติแมวชอบนอนตรงไหนนะ”

รอยยิ้มบางเหยียดออกมา  ก่อนเดินไปยังโซฟาตัวยาวที่หันหน้าไปทางหน้าต่างที่เปิดกว้าง  และเจอคนที่เขากำลังตามหา  ร่างเล็กของรีไวล์นอนตะแคงอยู่บนโซฟา  ใบหน้าหวานซุกเข้ากับผ้าพันคอหนาที่พันไว้  แสงแดดอุ่นที่ส่องเข้ามาช่างเหมาะกับการนอนกลางวันยิ่งนัก

“เหมือนแมวจริงๆ เลยนะรีไวล์” เอลวินพึมพำ   “แถมยังหลับสนิทไม่สนใจฉันอีก”

เอลวินเอามือเกลี่ยผมดำที่ปรกใบหน้านั้น  สัมผัสแก้มเนียนและลูบไล้ช้าๆ  “ยังไม่ตื่นอีกเหรอรีไวล์…”

…ปกติส